ติดตั้ง  EV  CHARGER ยังไงให้ปลอดภัย ? | EV Charger Installation

 

1.)      ห้าม  ใช้เต้ารับชนิดหยิบยกได้   ( PORTABLE  SOCKET  OUTLET )   ในการจ่ายไฟให้เครื่องชาร์จ     

 ภาษาชาวบ้านเรียกว่า   ปลั๊กพ่วงนั้นแหละครับ    ห้าม ใช้เด็ดขาดครับอันตรายมาก

 

 

 

 

 

 



 

2.)      สายป้อนและสายเมนของเครื่องชาร์จ  กำหนดค่า  DEMAND  FACTOR  เท่ากับ  1.0

3.)     สายวงจรย่อย  ของเครื่องชาร์จ  กำหนดค่า  DEMAND  FACTOR  เท่ากับ  1.25

4.)      ต้องมีสายดินและมีการต่อสายลงดินที่ถูกต้องและมีค่าความต้านทานดินไม่เกินมาตรฐาน

5.)      ต้องมีเครื่องตัดไฟรั่ว  เพื่อป้องกันอันตรายบุคคล  มีรายละเอียดดังนี้

 

5.1  อุปกรณ์ตัดไฟรั่ว  RCD  TYPE   B  คือ สามารถตัดไฟรั่ว  AC  ที่   ≤ 30  mA. และ DC  ที่  <6 mA.

5.2  อุปกรณ์ตัดไฟรั่ว  RCD  TYPE   A  คือ สามารถตัดไฟรั่ว  AC  ที่   ≤30  mA.   และมีฟังช์ชั่นการตรวจจับ

       การรั่วไหลของ  DC  ที่ <6 mA.  

 

                 ข้อ  5  นี้สำคัญนะครับหลายแบรนด์ไม่มีโหมดป้องกันไฟรั่ว  DC <6 mA.  ต้องติดตั้งเพิ่มเติมครับ    ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกมาก      DC  FAULT  CURRENT นี้มักเกิดกับอุปกรณ์ที่เป็นวงจร CONVERTER  คือวงจรสำหรับการแปลงไฟฟ้าจาก AC เป็น DC เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ที่มีการติดตั้งใช้ในรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถไฟฟ้า  การรั่วของ DC FAULT  CURRENT  นี้ไม่ได้ทำอันตรายโดยตรงมาที่คนครับแต่จะมีผลต่อ RCD TYPE  A ทำงานผิดพลาดจากที่ควรจะเป็นครับ   ( ช่างไฟฟ้าเรียกกันว่าทำงานหลุด  CURVE  ครับ )     

 

                   ในกรณีของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดหรือรถไฟฟ้าที่ยังใหม่ๆอยู่ปัญหาของ   DC  FAULT  CURRENT  อาจไม่มากนัก  แต่คิดดูครับว่า  รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถไฟฟ้าที่ใช้งานในบ้านเราต้องเจอความร้อนเกิน  30 Co, ฝน , น้ำท่วม , ความชื้น   เพราะฉะนั้นเมื่อผ่านไปเป็นปีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์เหล่านี้ย่อมเกิดการเสื่อมสภาพได้  อีกทั้งรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถไฟฟ้าก็มีการชาร์จไฟฟ้าในโรงรถที่บ้าน     ถ้ามีไฟรั่วเกิดขึ้นย่อมอันตรายต่อผู้พักอาศัยเช่น  คุณพ่อ , คุณแม่ , ลูก , หลานและผู้คนที่ต้องผ่านเข้าไปในบริเวณที่จอดรถนั้นๆ      ดังนั้นจึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะละเลยไฟรั่วทั้ง 2 แบบ  ทั้ง AC และ DC 

                                                                       

Visitors: 23,556